ทิศทางพลังงานโลกด้นก๊าซ และก๊าซธรรมชาติเหลว

LNG_clip_image002
French Technology Press Office

PRESS RELEASE FOR IMMEDIATE RELEASE

Press Contact : Ms. Ratchaneekorn Mekchai
Tel. 02 267 50 55
E-mail : mekchai.ftpo@ubifrance.fr

จากงานทิศทางพลังงานโลกด้านก๊าซและก๊าซธรรมชาติเหลว(แอล เอ็นจี)” ที่จัดโดยชมรมส่งเสริมเทคโนโลยีฝรั่งเศส (Actim Thailand Club, UBIFRANCE) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ฝายเศรษฐกิจ ประจำประเทศไทยและหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย วิทยากร นายมาร์ค ดูโครส์ หัวหน้าแผนกก๊าซแอลเอ็นจีประจำสมาคมวิศวกรปิโตรเลี่ยมแห่งประเทศฝรั่งเศสและ หนึ่งในคณะกรรมการผู้ชำนัญการแห่งบริษัทโตตาล (TPA) กล่าวว่า การที่ประเทศไทยหรือประเทศต่างๆ เลือกใช้ก๊าซธรรมชาตินั้นมีความเหมาะสมดี เนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาดและมีแหล่งสำรองในอ่าวไทย ทั่วโลกมีการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG กันทั่วไป โดยเน้นการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า หากมีการใช้ LNG ในประเทศไทย นอกจากจะช่วยให้สามารถปฏิบัติตามสนธิสัญญาเกียวโตในการช่วยลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกแล้ว ก็ยังสามารถนำ LNG มาประยุกต์เป็นเชื้อเพลิงให้แก่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อ เพลิงอยู่แล้วได้อีกเป็นเวลาหลายปี ทั้งนี้คุณภาพของก๊าซ LNG ก็ดีกว่าก๊าซธรรมชาติที่ได้จากอ่าวไทยและจากพม่า ประกอบกับภายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า ก็จะยังไม่สามารถเสาะหาแหล่งพลังงานชนิดอื่นที่จะมีความคุ้มค่าและสะอาดเท่า กับ LNG สำหรับพลังงานนิวเคลียร์นั้น อาจจะต้องใช้เวลาอีกเป็นสิบปี จึงจะมีความพร้อมในการใช้งาน นอกจากนี้ ต้นทุนในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ยังสูงมากอีกด้วย ส่วนถ่านหินนั้นมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก

อุตสาหกรรมใดๆ ก็ตามที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงอยู่แล้วสามารถใช้ LNG ได้เช่นเดียวกัน โดยอาจจำเป็นต้องปรับปรุงระบบเดิมบ้างเล็กๆน้อยๆ สำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติ ก็สามารถใช้ก๊าซ LNG ได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม เนื่องจากใน LNG ประกอบด้วยก๊าซที่ค่อนข้างบรสุทธิ์ ปราศจากส่วนผสมของคาร์บอนไดออกไซด์ จึงจะประหยัดกว่าการใช้ก๊าซ NGV หรือ LPG ที่มีส่วนผสมของทั้งมีเธนและคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับการใช้ในครัวเรือนนั้น LNG จะปลอดภัยกว่าและราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับ LPG

สำหรับประเทศฝรั่งเศสนั้น อุปทานพลังงานในฝรั่งเศสมีความหลากหลายมาก โดยในการผลิตไฟฟ้านั้นใช้พลังงานจากนิวเคลียร์มากที่สุด (มากกว่า 70 %) ด้วยเหตุนี้ จึงพึ่งพลังงานประเภทฟอสซิล (ไฮโดรคาร์บอน)น้อย โดยมีอัตราการใช้ก๊าซประมาณ 16 % ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณการบริโภคก๊าซในจีน และมากกว่าไทยประมาณ 50 % ทั้งนี้ ฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จาก LNG มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับแหล่งพลัง งานก๊าซที่มีอยู่ ล่าสุด การใช้ LNG นั้นคิดเป็น 30% ของการใช้ก๊าซทั้งหมด

ฝรั่งเศสสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อการใช้งานในประเทศน้อยมาก กล่าวคือประมาณ 2-3 % ของความต้องการใช้ภายในประเทศ ฝรั่งเศสจึงต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศ โดยซื้อก๊าซนำเข้าผ่านทางท่อ (gas pipeline) จากนอร์เวย์ และรัสเซีย เป็นต้น ส่วนสเปนนั้นเป็นประเทศที่มีการใช้ก๊าซธรรมชาติมากแต่ไม่สามารถผลิตได้เอง ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด โดยใช้ LNG มากถึง 65 %

โดยประมาณการ ปริมาณก๊าซสำรองทั่วโลกนั้นคาดว่าจะยังมีใช้ต่อไปอีกอย่างน้อย 40 ปี จากการศึกษาหากประเมินจากการบริโภคก๊าซเท่ากับปริมาณของปี 2548 แหล่งก๊าซที่มีอยู่นี้จะยังคงมีก๊าซสำรองเพียงพอต่อไปอีก 65 ปี นี้ ดังนั้น จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนก๊าซและ/หรือ LNG ในระยะเวลาอันใกล้ ประกอบกับแหล่งอุปทาน (Supply) LNG ส่วนใหญ่มาจากประเทศที่มีปริมาณสำรองก๊าซขนาดใหญ่มาก อาทิ ตะวันออกกลางและกลุ่มรัสเซียเดิม ผู้ซื้อจึงมีความเสี่ยงน้อย แต่แน่นอนว่าราคาของ LNG ก็ควรจะต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ตามข้อมูลที่มีอยู่หากมีสัญญาซื้อขายระยะยาวดังเช่นประเทศญี่ปุ่น จะมีค่า LNG ที่เปลี่ยนแปลงน้อยมากโดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 6 – 7 US $ ต่อ ล้านบีทียู ทั้งนี้ ปัจจุบันหลายประเทศก็ต่างพยายามสำรวจหาแหล่งก๊าซใหม่ๆ เพื่อทดแทนแหล่งก๊าซที่มีอยู่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *